แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคนนอน EOS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคนนอน EOS แสดงบทความทั้งหมด

News : ภาพที่ผิดปกติเนื่องจากความบกพร่องของ CCD ของ แคนนอน

ภาพที่ผิดปกติเนื่องจากความบกพร่องของ CCD ของ แคนนอน

ตามที่ บริษัท แคนนอน ได้เรียนแจ้งเกี่ยวกับความบกพร่องของ CCD ก่อนหน้านี้แล้วนั้น บริษัท แคนนอน ได้ตระหนักว่า CCD ที่นำมาใช้ในกล้องดิจิตอลและกล้องวีดีโอดิจิตอลโดยผู้ผลิต CCD ให้กับ แคนนอน นั้น อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีอาการดังต่อไปนี้ เมื่อผลิตภัณฑ์ถูกใช้ในโหมดของการบันทึกหรือการเล่นเทปที่อัดไว้ จอ LCD และ/หรือ ช่องมองภาพในกล้องอาจจะได้ภาพที่ไม่ชัด ผิดเพี้ยน หรือไม่ปรากฏภาพเลย ฉะนั้น บริษัท แคนนอน จึงมีความประสงค์ที่จะเรียนให้ท่านทราบถึงการบริการในกรณีนี้ และต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นต่อลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ แคนนอนใน รุ่นดังกล่าว (กรุณาดูรายละเอียดด้านล่าง) ทั้งนี้ บริษัท แคนนอน ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของแคนนอนให้มีคุณภาพดีที่ สุดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นมากที่สุด พร้อมกันนี้บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหานี้ ผลิตภัณฑ์ของ แคนนอน จะยังคงได้รับการสนับสนุนที่ดีจากท่านอีกต่อไป

รุ่นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม
รุ่นที่ประกาศไปก่อนหน้านี้





กล้องวีดีโอดิจิตอล


กล้องดิจิตอล



MV600i
ZR60
PowerShot A60
Digital IXUS V3

MV630i
ZR65 MC
PowerShot A70
Digital IXUS II

MV650i
ZR70 MC
PowerShot A75
Digital IXUS IIs

MV700i
ZR80
PowerShot A300



MV750i
ZR90





MV5i
Elura40 MC





MV5i MC
Elura50





MV6i MC






นอกจากรุ่นที่ประกาศไปข้างต้นแล้ว ยังมีกล้องดิจิตอลรุ่นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม



PowerShot A40
Digital IXUS V2





PowerShot A80
Digital IXUS 330





PowerShot A85
Digital IXUS 400





PowerShot A95
Digital IXUS 430





PowerShot S1 IS
Digital IXUS 500





PowerShot S60







อาการ

บริษัท แคนนอน ได้รับการยืนยันว่ารอยต่อสายไฟภายในของ CCD ในรุ่นที่มีผลกระทบอาจขาดออกจากกัน เฉพาะอย่างยิ่งหากผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบนั้นเก็บ หรือใช้ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจะไม่มีสัญญาณปรากฏออกจาก CCD ตามปกติในโหมดถ่ายภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ภาพผิดเพี้ยนไปจากของจริงหรือไม่มีภาพปรากฏเลย อาการดังกล่าวจะปรากฏขึ้นที่หน้าจอ LCD ซึ่งจะตรงกับภาพที่ได้ทำการบันทึกไว้

ความรับผิดชอบของแคนนอน
บริษัท แคนนอน จะให้การบริการซ่อมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงสินค้าที่หมดระยะประกันแล้วเช่นกัน หากสินค้าตามรุ่นดังกล่าวได้รับการยืนยันว่ารอยต่อสายไฟภายในของ CCD ขาดออกจากกัน สำหรับลูกค้าที่มีการชำระค่าซ่อมในอาการดังกล่าวก่อนประกาศฉบับนี้ กรุณาติดต่อศูนย์บริการ แคนนอน ที่ใกล้ท่านที่สุด

Review แคนนอน G10



แคนนอน PowerShot G10 กล้องดิจิตอลคอมแพคซูมระดับไฮเอนด์ใหม่ล่าสุดจากแคนนอนในตระกูล G ซีรี่ย์ ใช้เซ็นเซอร์ภาพ CCD ขนาด 1/1.7 นิ้ว ความละเอียด 14.7 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลภาพความเร็วสูงใหม่ DIGIC 4

แคนนอน G10 มาพร้อมเลนส์ 6.1– 30.5 มม. (เทียบเท่าเลนส์ 28 –140 มม. ของกล้องฟิล์ม 35 มม.) เลนส์ซูมออฟติคัล 5 เท่า มีระบบออโต้โฟกัส แบบ AiAF TTL 9 จุด หรือ Center เฉพาะจุดโฟกัสกลางภาพ ระยะการโฟกัสแบบมาโครอยู่ที่ 3 ซม. เลือกปรับค่าไวท์บาลานส์ได้ 6 แบบ หรือปรับเองแบบแมนนวล มีรูปรับแสงกว้างสุด f/2.8 –f/4.5 ความเร็วชัตเตอร์ 15–1/4000 วินาที
หาก ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่า 1.3 วินาที จะมีฟังก์ชั่น Noise reduction ช่วยลด Noise ให้ภาพที่ใสเคลียร์มาก ยิ่งขึ้น และถ่ายภาพต่อเนื่องได้ที่ความเร็ว 1.3 เฟรม พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวโดยการปรับชิพท์เลนส์ shift-type optical Image Stabilizer (IS)

สำหรับแฟลชในตัว แคนนอน G10 ทำงานอัตโนมัติ เลือกเปิด แฟลชตลอดเวลาหรือปิดแฟลชก็ได้ ปรับชดเชยแสงแฟลช +/- 2ev มีระบบแฟลชแก้ตาแดง ปรับเพิ่มลดกำลังไฟแฟลชได้ ระบบแฟลชสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดหลัง และสัมพันธ์แฟลชกับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ พร้อมฮอทชูสำหรับใช้กับแฟลชภายนอกของแคนนอน

แคนนอน G10 มีโหมดถ่ายภาพวิดีโอแบบ MOV และสามารถถ่ายภาพวิดีโอได้ที่ไฟล์ขนาด 640 x 480 พิกเซล ความเร็ว 30 เฟรม/วินาที (ถ่ายวิดีโอได้จนเมมโมรี่การ์ดเต็ม) ตั้งเวลาถ่ายภาพได้ และ มีแสงช่วยในการโฟกัสกรณีถ่ายภาพในที่มืด ตัวกล้องยังได้ออกแบบให้ มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Shift-type optical Image Stabilizer (IS) ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย หรือถือกล้องได้ไม่นิ่งพอ และยังมีฟังก์ชั่น Face Detection ที่ช่วยในการจับโฟกัสภาพใบหน้าบุคคล
นอก จากนี้ G10 ยังมีช่องมองภาพออฟติคัล วิวฟายเดอร์ สำหรับการมองภาพโดยตรง Real-image zoom viewfinder ซูมช่องมองภาพสัมพันธ์ตามเลนส์อัตโนมัติ แสดงภาพ 77% มองภาพได้ห่าง 15 มม. และปรับชดเชยสายตาสั้นยาวได้ -3 ถึง +1 ไดออฟเตอร์ หรือจะดูภาพ จากจอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3.0 นิ้ว แบบ TFT color LCD ( PureColor LCD II ) ความละเอียด 461,000 พิกเซล แสดงภาพได้100% ใช้พลัง งานจากแบตเตอรี่ NB-7L เมื่อชาร์จไฟเต็มจะถ่ายภาพได้ 400 ภาพ (ทดสอบตามมาตรฐาน CIPA) จัดเก็บภาพด้วยเมมโมรี่การ์ด SD/SDHC/MultiMedia MMCplus และ HC MMCplus






คุณสมบัติเด่น
ใหม่ ชิปประมวลผลภาพ DiGiC 4 ลิขสิทธิ์เฉพาะของแคนนอน

- เพิ่มความเร็วในการประมวลผลภาพ ให้ภาพคมชัดยิ่งกว่า สมจริงเป็นธรรมชาติ
- ประหยัดแบตเตอรี่
- สะดวกยิ่งขึ้นกับ Live Face Detection ตรวจจับใบหน้าบุคคลในระหว่าวใช้งาน Live View Mode
- Noise Reduction ช่วยลดสัญญาณรบกวนในภาพ ให้ภาพสวยคมชัด แม้ถ่ายภาพด้วยความไวแสง (ISO) สูง และสามารถเพิ่มความไวแสงได้สูงถึง ISO 12800
- Auto Lighting Optimizer พัฒนาใหม่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการถ่ายภาพในทุกสภาวะแสง
เซ็นเซอร์ CMOS ของแคนนอน ขนาด APS-C ความละเอียด 15.1 ล้านพิกเซล
ใหม่! ฟังก์ชั่น Copyright info ระบุชื่อเจ้าของภาพไว้ในไฟล์ภาพ พร้อม Original Data Security kit OSK-E3 อุปกรณ์เสริมบ่งบอกว่าภาพใดเป็นภาพต้นฉบับ ที่ยังไม่ได้ผ่านการดัดแปลง หรือแก้ไขภาพแต่อย่างใด ช่วยป้องกันความผิดพลาดในการนำภาพไปใช้งานได้
ความไวแสง ISO 100-3200 และสามารถเพิ่มความไวแสงได้สูงถึง ISO 12800
ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 6.3 ภาพต่อวินาทีต่อเนื่องได้ติดต่อกันสูงถึง 90 ภาพ* (แบบ JPEG) หรือ 16 ภาพ*(แบบ RAW) *เมื่อใช้งานร่วมกับหน่วยความจำ CF Card แบบ High-speed UDMA mode 6
จุดออโต้โฟกัสความแม่นยำสูง แบบกากบาท 9 จุด (รองรับ f/2.8 cross-type ที่จุดกึ่งกลาง)
โหมดถ่ายภาพ Live View พร้อม Face detection live mode AF
ใหม่! จอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 920,000 พิกเซล แสดงภาพสวยใส พร้อมเคลือบผิวกันการสะท้อน
ใหม่! โหมด Creative Auto และ Quick Control screen
ใหม่! ระบบปรับแก้ Peripheral Illumination ที่เกิดจากเลนส์อัตโนมัติ
ใหม่! ระบบปรับแสงอัตโนมัติ พัฒนาใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ (Advanced Auto Lighting Optimizer)
เพิ่มทางเลือกให้กับการบันทึกภาพแบบ RAW ด้วยการตั้งขนาดไฟล์ RAW ได้ 3 รูปแบบ (RAW, sRAW1, sRAW2)
ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัจฉริยะ สมบูรณ์แบบ พร้อม ใหม่! การเคลือบฟลูออไรน์ป้องกันฝุ่นบนโลว์พาสฟิวเตอร์ (Low Pass Filter)
ช่องต่อสัญญาณออกแบบ HDMI เพื่อการแสดงภาพถ่ายด้วยความละเอียดสูงบนจอทีวีแบบ High Definition
ช่อง มองภาพปรับปรุงใหม่ แสดงภาพสว่างใส ครอบคลุม 95% พร้อม Focusing screen ถอดเปลี่ยนได้ 3 แบบ
ตัวกล้องผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมอายุการใช้งานชัตเตอร์สูงถึง 100,000 ครั้ง
Picture Style รูปแบบฟิล์มในระบบดิจิตอล
ฟังก์ชั่น MY MENU สามารถเลือกเมนูที่ใช้งานบ่อยมารวมไว้ในหน้าเดียวกัน ช่วยเพิ่ม ความคล่องตัวในการใช้งาน
Micro AF Adjustment ปรับแก้โฟกัส Forward, Backward ได้ภายในตัวกล้อง โดยสามารถปรับแก้ได้ทั้งโฟกัสของตัวกล้องและเลนส์
รอง รับการใช้งานร่วมกับเลนส์ออโต้โฟกัสของแคนนอนในตระกูล EF และ EF-S lenses และแฟลช Speedlite ในตระกูล EX และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกมากมาย
เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน ด้วยเมนูการใช้งานภาษาไทยในตัวกล้อง





Review แคนนอน EOS 50D

Review แคนนอน EOS 50D



คุณสมบัติเด่น
• ใหม่ ชิปประมวลผลภาพ DiGiC 4 ลิขสิทธิ์เฉพาะของแคนนอน
- เพิ่มความเร็วในการประมวลผลภาพ ให้ภาพคมชัดยิ่งกว่า สมจริงเป็นธรรมชาติ
- ประหยัดแบตเตอรี่
- สะดวกยิ่งขึ้นกับ Live Face Detection ตรวจจับใบหน้าบุคคลในระหว่าวใช้งาน Live View Mode
- Noise Reduction ช่วยลดสัญญาณรบกวนในภาพ ให้ภาพสวยคมชัด แม้ถ่ายภาพด้วยความไวแสง (ISO) สูง และสามารถเพิ่มความไวแสงได้สูงถึง ISO 12800
- Auto Lighting Optimizer พัฒนาใหม่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการถ่ายภาพในทุกสภาวะแสง
• เซ็นเซอร์ CMOS ของแคนนอน ขนาด APS-C ความละเอียด 15.1 ล้านพิกเซล
• ใหม่! ฟังก์ชั่น Copyright info ระบุชื่อเจ้าของภาพไว้ในไฟล์ภาพ พร้อม Original Data Security kit OSK-E3 อุปกรณ์เสริมบ่งบอกว่าภาพใดเป็นภาพต้นฉบับ ที่ยังไม่ได้ผ่านการดัดแปลง หรือแก้ไขภาพแต่อย่างใด ช่วยป้องกันความผิดพลาดในการนำภาพไปใช้งานได้
• ความไวแสง ISO 100-3200 และสามารถเพิ่มความไวแสงได้สูงถึง ISO 12800
• ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 6.3 ภาพต่อวินาทีต่อเนื่องได้ติดต่อกันสูงถึง 90 ภาพ* (แบบ JPEG) หรือ 16 ภาพ*(แบบ RAW) *เมื่อใช้งานร่วมกับหน่วยความจำ CF Card แบบ High-speed UDMA mode 6
• จุดออโต้โฟกัสความแม่นยำสูง แบบกากบาท 9 จุด (รองรับ f/2.8 cross-type ที่จุดกึ่งกลาง)
• โหมดถ่ายภาพ Live View พร้อม Face detection live mode AF
• ใหม่! จอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 920,000 พิกเซล แสดงภาพสวยใส พร้อมเคลือบผิวกันการสะท้อน
• ใหม่! โหมด Creative Auto และ Quick Control screen
• ใหม่! ระบบปรับแก้ Peripheral Illumination ที่เกิดจากเลนส์อัตโนมัติ
• ใหม่! ระบบปรับแสงอัตโนมัติ พัฒนาใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ (Advanced Auto Lighting Optimizer)
• เพิ่มทางเลือกให้กับการบันทึกภาพแบบ RAW ด้วยการตั้งขนาดไฟล์ RAW ได้ 3 รูปแบบ (RAW, sRAW1, sRAW2)
• ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัจฉริยะ สมบูรณ์แบบ พร้อม ใหม่! การเคลือบฟลูออไรน์ป้องกันฝุ่นบนโลว์พาสฟิวเตอร์ (Low Pass Filter)
• ช่องต่อสัญญาณออกแบบ HDMI เพื่อการแสดงภาพถ่ายด้วยความละเอียดสูงบนจอทีวีแบบ High Definition
• ช่อง มองภาพปรับปรุงใหม่ แสดงภาพสว่างใส ครอบคลุม 95% พร้อม Focusing screen ถอดเปลี่ยนได้ 3 แบบ
• ตัวกล้องผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมอายุการใช้งานชัตเตอร์สูงถึง 100,000 ครั้ง
• Picture Style รูปแบบฟิล์มในระบบดิจิตอล
• ฟังก์ชั่น MY MENU สามารถเลือกเมนูที่ใช้งานบ่อยมารวมไว้ในหน้าเดียวกัน ช่วยเพิ่ม ความคล่องตัวในการใช้งาน
• Micro AF Adjustment ปรับแก้โฟกัส Forward, Backward ได้ภายในตัวกล้อง โดยสามารถปรับแก้ได้ทั้งโฟกัสของตัวกล้องและเลนส์
• รองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ออโต้โฟกัสของแคนนอนในตระกูล EF และ EF-S lenses และแฟลช Speedlite ในตระกูล EX และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกมากมาย
• เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน ด้วยเมนูการใช้งานภาษาไทยในตัวกล้อง
กล้อง ดิจิตอล SLR ใหม่ล่าสุดจากแคนนอน รุ่น แคนนอน EOS 50D พัฒนาต่อเนื่องมาจากรุ่น แคนนอน EOS 40D กล้องรุ่นใหม่นี้ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียดสูง 15.1 ล้านพิกเซล แบบ APS-C (คูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม 1.6 เท่า) ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 6.3 เฟรม/วินาที ต่อเนื่องได้สูงสุดรวดเดียว 90 ภาพเมื่อใช้เมมโมรี่การ์ด UDMA และมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลภาพใหม่ DIGIC 4 processor มีช่วงความไวแสงกว้าง ISO 100-3200 ขยายได้ถึง 12800 ระบบออโต้โฟกัส 9 จุด แบบแนวกว้าง จอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3.0 นิ้ว ใหม่ Clear View VGA LCD พร้อมฟังก์ชั่น Live View และโฟกัสใบหน้าอัตโนมัติ Face Detection Live AF โครงสร้างบอดี้แข็งแกร่งทนทานด้วยวัสดุ Magnesium alloy และระบบกำจัดฝุ่น ทำความสะอาดเซ็นเซอร์ภาพ EOS Integrated Cleaning System และมีช่องต่อเชื่อมแบบ HDMI สำหรับเปิดชมภาพคุณภาพสูงจากโทรทัศน์ระบบ High Definition TV รองรับการใช้งานกับเลนส์ Canon EF และ EF-S lenses รวมไปถึงแฟลชตระกูล EX-series Speedlites ทุกรุ่น กำหนดวางจำหน่ายประมาณเดือนตุลาคม 2551 นี้


แคนนอน EOS 50D รุ่นใหม่ล่าสุดจากแคนนอน ออกมาหลังจากรุ่น แคนนอน EOS 40D ประมาณ 1 ปีเท่านั้น (แคนนอน EOS 40D เปิดตัว 20 สิงหาคม 2550) นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก ทั้งนี้แคนนอนได้ปรับปรุง แคนนอน EOS 50D ให้มีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิมหลายอย่าง ทำให้กล้องรุ่นนี้เป็นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่นที่จริงจัง จนถึงกึ่งมืออาชีพ ที่น่าสนใจมากอีกรุ่นหนึ่งในวันนี้

จุด เด่น หลักคือ เซ็นเซอร์ภาพ CMOS ใหม่ มีความละเอียดสูงมากถึง 15.1 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดเซ็นเซอร์แบบ APS-C เหมือนรุ่น แคนนอน EOS 40D ต้องคูณทางยาวโฟกัสเลนส์เพิ่มเป็น 1.6 เท่า ทำให้ได้เลนส์ทางยาวโฟกัสเพิ่มขึ้นเมื่อใช้เลนส์เทเลโฟโต้ มีประโยชน์มากกับงานที่ต้องการถ่ายภาพระยะไกลๆ เช่น ภาพกีฬา หรือสัตว์ป่าในธรรมชาติ และที่สำคัญคือ ช่วงความไวแสงกว้าง เริ่มต้นที่ ISO 100 จนถึง 3200 และเพิ่มได้สูงสุดถึง 12800 ทำให้ถ่ายภาพได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาพแสง และเมื่อใช้ ISO สูง ภาพที่ได้ก็มี Noise ต่ำ

หน่วยประมวลผลของ แคนนอน EOS 50D ใช้ DIGIC 4 ซึ่งเป็นกล้องตัวแรกของแคนนอนที่ใช้หน่วยประมวลผลใหม่นี้ และกล้องรุ่นต่อๆ ไปทั้งดิจิตอล SLR และคอมแพคของแคนนอนก็จะเปลี่ยนมาใช้หน่วยบประมวลผลใหม่นี้ทั้งหมด จุดเด่นของ DIGIC 4 คือ ช่วยให้ภาพจากเซ็นเซอร์ CMOS 15.1 ล้านพิกเซล มีความคมชัดสูง ภาพใสเคลียร์ มี Noise ต่ำ การแปลงสัญญานภาพอนาล็อกเป็นดิจิตอล ทำได้ถึง 14 บิต/สี หรือ 42 บิตที่ RGB ทำให้ได้เฉดสีที่สมบูรณ์ใกล้เคียงกับการใช้ฟิล์ม และแสดงโทนภาพได้มากถึง 16,384 ระดับ (ถ้าเป็น 12 บิต จะได้โทนภาพเพียง 4,096 ระดับ) นอกจากนี้ภาพที่ได้ยังมีค่าไดนามิกเร้นจ์กว้างขึ้น บันทึกรายละเอียดภาพตั้งแต่ส่วนสว่างไปจนถึงส่วนมืดได้ดีกว่าเดิม และยังช่วยให้การบันทึกภาพต่อเนื่องเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ ทำงานได้ดีกับฟังก์ชั่นใหม่ๆ อาทิ Auto Lightning Optimizer และ Face-detection autofocus เมื่อใช้กับฟังก์ชั่น Live View รวมไปถึงการแสดงภาพที่คมชัดบนจอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3.0 นิ้ว VGA

การ ถ่ายภาพให้มีคุณภาพดีและสวยงามเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับ แคนนอน EOS 50D ด้วยฟังก์ชั่นใหม่หลายอย่าง อาทิ Auto Lighting Optimizer ช่วยให้ภาพดูสว่างสดใสอย่างชัดเจน โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ในเงามืด หรือเมื่อ่ถ่ายภาพย้อนแสง (ดูภาพประกอบทางด้านล่าง) และภาพที่มีสีสันสดใส โดยส่วนที่เป็นโทนสว่างยังคงมีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ สำหรับการปรับลด Noise ใน EOS 50D เลือกใช้งานได้ 2 โหมด คือ ลด Noise เมื่อต้องบันทึกภาพด้วยเวลานานๆ เช่น 1 วินาที หรือต่ำกว่า อีกโหมดสำหรับกรณ๊ที่ใช้ความไวแสงสูงเช่น ISO 1600 หรือ 3200 ให้ภาพที่ใสเคลียร์และมี Noise ต่ำ

ฟัง ก์ชั่น ใหม่ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Lens peripheral Illumination correction เมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงบางอย่างจะเกิดปัญหาเรื่องแสงสี และความผิดเพีบนที่เกิดจากคุณสมบัติของเลนส์ที่ใช้ ซึ่งคุณสามารถกำหนดเลนส์ที่ใช้งานได้ถึง 40 ตัวลงในกล้อง แคนนอน EOS 50D ผ่านซอพท์แวร์ EOS Utility และเมื่อใช้โปรแกรม Digital Photo Professional ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง คุณสามารถแก้ไขได้เกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง แสง ความบิดเบือน หรือความคลาดสี

สำหรับ ฟัง ก์ชั่น Picture Styles ใน แคนนอน EOS 50D มีการพัฒนาใหม่ สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้เมื่อเปิดชมภาพ โดยสามารถเลือกผลพิเศษต่างๆ ตามที่ต้องการได้ จากค่ามาตรฐาน 6 แบบคือ Standard, Portrait, Landscape, Neutral, Faithful และ Monochrome และปรับแต่งภาพได้หลากหลาย อาทิ sharpness, contrast, saturation, และอื่นๆ รวมทั้งปรับตั้งเองแบบคัสตอมได้ 3 อย่าง ซึ่งดาวน์โหลดมาใช้เพิ่มเติมจากเวบไซต์ หรือออกแบบด้วยตัวคุณเองด้วยซอพท์แวร์ Picture Style Editor ใน แคนนอน EOS 50D ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง

แคนนอน พัฒนาเทคโนโลยีทำความสะอาดเซ็นเซอร์ภาพใหม่ในกล้อง แคนนอน EOS 50D โดยชุด Self Cleaning Sensor Unit (ภาพด้านล่าง) จะทำงานอัตโนมัติเมื่อเปิดสวิตช์กล้อง เพื่อทำความสะอาดฟิลเตอร์โลว์พาสที่อยู่หน้าเซ็นเซอร์ภาพ หรือจะสั่งให้ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์ทำงานเมื่อคุณต้องการก็ได้โดยการปรับ ตั้งจากเมนู นอกจากนี้ที่ฟิลเตอร์โลว์พาสยังออกแบบการเคลือบผิวแบบใหม่ ทำให้ฝุ่นที่ติดอยู่หลุดออกไปอย่างง่ายดายเมื่อใช้ลูกยางเป่าลมไล่ฝุ่น หากยังมีฝุ่นติดอยู่อีก สามารถใช้ฟังก์ชั่น Dust Delete บันทึกข้อมูลของฝุ่นที่ติดอยู่ในภาพ แล้วลบออกในภายหลังอัตโนมัติด้วยซอพท์แวร์ Digital Photo Professional ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง

แคนนอน EOS 50D ถ่ายภาพต่อเนื่องได้รวดเร็วมาก แม้ว่าจะถ่ายภาพที่ความละเอียดสูงสุด 15.1 ล้านพิกเซลก็ตาม โดยถ่ายต่อเนื่องได้เร็วสุด 6.3 เฟรม/วินาที ต่อเนื่อง 90 ภาพแบบรวดเดียว (ทดสอบด้วยเมมโมรี่การ์ด CF 2GB UDMA (Ultra Direct Memory Access) เลือก JPEG/Large) และเลือกขนาดไฟล์ Jpeg ได้ 6 แบบ และไฟล์ RAW อีก 2 แบบคือ sRAW1 และ sRAW2

ฟังก์ชั่น Live View ช่วยให้การถ่ายภาพโดยการมองผ่านจอ LCD เป็นไปอย่างง่ายดาย สามารถถ่ายภาพง่ายๆ แบบเล็งแล้วถ่าย โดยได้ภาพที่คมชัดไม่ผิดพลาด ด้วยฟังก์ชั่น Face-detection live mode ช่วยให้โฟกัสใบหน้าได้อย่างถูกต้องโดยอัตโนมัติ และเลือกใช้งานได้ 2 แบบคือ Quick mode และ Live mode และยังออกแบบให้แสดงเส้นตารางบนจอภาพได้ 2 แบบ ช่วยให้การจัดองค์ประกอบภาพสะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถซูมขยายภาพขึ้นมาดูรายละเอียดได้ 5 หรือ 10 เท่า เพื่อตรวจสอบการปรับโฟกัสและดูรายละเอียดในส่วยต่างๆ ของภาพ นอกจากนี้ยังใช้ Live View ร่วมกับคอมพิวเตอร๋เพื่อดูภาพและสั่งควบคุมการถ่ายภาพผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยใช้งานร่วมกับซอพท์แวร์ แคนนอน EOS Utility ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง

จุด เด่น สำคัญอีกอย่างของ แคนนอน EOS 50D คือ การใช้เซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสแบบกากบาททั้ง 9 จุด ทำให้โฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยเซ็นเซอร์แต่ละจุดมีรูปทรงแบบเพชรวางตำแหน่งไขว้กันแบบกากบาทในแนวตั้ง และแนวนอน ทั้งนี้จุดโฟกัส 8 จุดจะทำงานได้กับเลนส์ไวแสง f/5.6 หรือกว้างกว่า ส่วนอีก 1 จุดตรงกลางจะไวแสงกับเลนส์ f/2.8 หรือกว้่างกว่า ทำให้การถ่ายภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วทำได้อย่างไม่ผิดพลาด และเลือกโหมดโฟกัสได้ 3 แบบ หรือจะปรับโฟกัสเองแบบแมนนวลก็ได้ นอกจากนี้ยังออกแบบให้สามารถปรับชิพท์จุดโฟกัสอัตโนมัติเพื่อให้โฟกัสได้ถูก ต้องในสภาพที่มีแสงแตกต่างกัน หรือปรับชิพท์จุดโฟกัสเองก็ได้แบบ AF Microadjustment ด้วยการปรับตั้งจากคัสตอมฟังก์ชั่น

แคนนอน EOS 50D ออกแบบจอมอนิเตอร์ใหม่ ขนาด 3.0 นิ้ว VGA LCD ความละเอียดสูงถึง 920,000 จุด สามารถกันรอยขีดข่วนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มองดูภาพได้อย่างชัดเจนทั้งขณะถ่ายภาพและเปิดชมภาพที่บันทึกไปแล้ว และการออกแบบเคลือบผิวหน้าจอแบบสามชั้นใหม่ ยังช่วยป้องกันแสงสะท้อนทำให้มองดูภาพได้ชัดเจนแม้ว่าจะใช้กล้องถ่ายภาพกลาง แจ้งที่มีแสงแดดจัด และยังปรับเพิ่มลดความสว่างของหน้าจอได้อีก 7 ระดับ มีมุมมองกว้่าง 160 องศา ช่วยเพิ่มความสะดวกในการมองดูภาพด้วยฟังก์ชั่น Live View
ช่องมองภาพของ EOS 50D มีขนาดใหญ่ขึ้น สว่าง และแสดงข้อมูลการถ่ายภาพได้อย่างครบถ้วน อาทิ ค่าการเปิดรับแสง, ความไวแสง ISO, ออโต้โฟกัส และการปรับตั้งโหมดแฟลช เป็นต้น ช่องมองภาพใหม่มีอัตราขยาย 0.95x มองเห็นภาพ 95% โดยใช้แก้วเพนทาปริซึมใหม่ที่มีความสว่างสูง มองภาพได้ห่างถึง 22 มม. ด้วยมุมมอง 26.4 องศา ทำให้มองภาพได้สะดวกแม้ว่าผู้ใช้จะสวมแว่นตาขณะถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนโฟกัสซิ่งสกรีนได้อีก 3 แบบเพื่อความเหมาะสมในการถ่ายภาพ

โครง สร้าง บอดี้ของ แคนนอน EOS 50D ทำจากโลหะ stainless steel และ magnesium alloy แข็งแรงทนทานมั่นใจได้ว่าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อันซับซ้อนที่อยู่ภายในตัว กล้องจะปลอดภัยจากการใช้งานหนัก ต่างกับกล้องดิจิตอลทั่วๆ ไปที่มีโครงสร้างบอดี้เป็นพลาสติก และยังซีลรอยต่อต่างๆ เพื่อป้องกันความชื้น รวมไปถึงซีลฝาครอบแบตเตอรี่และช่องใส่เมมโมรี่การ์ด ทำให้ใช้งานได้ดีในทุกสภาวะอากาศ ช่วงความเร็วชัตเตอร์ 30 - 1/8000 วินาที เพียงพอกับการใช้งานทุกรูปแบบ และชุดชัตเตอร์ยังใช้งานได้ยาวนานถึง 100,000 ครั้ง (โดยประมาณ) เหมาะสำหรับนักถ่ายภาพที่จริงจังหรือมืออาชีพ โดยมีความเร็วชัตเตอร์ที่สัมพันธ์กับแฟลช 1/250 วินาที เลือกให้สัมพันธ์แฟลชอัตโนมัติช่วง 1/60-1/250 วืนาทีได้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องฉากหลังดำมืดจากการใช้ชัตเตอร์สูงเกินไป โดยทำงานเต็มระบบกับแฟลชเฉพาะกิจของแคนนอนตระกูล EX สำหรับการถ่ายภาพหน่วงเวลาเพื่อตั้งกล้องถ่ายตัวเอง 10 วินาที และเลือกแบบ 2 วินาทีได้กรณีตั้งกล้องบนขาตั้งและใช้ชัตเตอร์ต่ำโดยไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ ช่วยลดการสั่นไหว ทำให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัด
แคนนอน EOS 50D แม้ว่าจะมีระบบการทำงานมากมายที่ดูเหมือนว่าจะใช้งานยาก แต่กลับออกแบบให้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย ด้วยการแสดงผลบนหน้าจอ LCD แบบใหม่ที่เรียกว่า Quick Control ทำให้เข้าถึงการปรับตั้งเมนูและฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพียงใช้จอยสติ๊กเลือกว่าต้องการปรับอะไร เมื่อกดปุ่ม Set จะแสดงเมนูการปรับตั้งทันที และยังออกแบบ Creative Auto mode ใหม่นำมาใช้ในกล้อง EOS 50D เป็นครั้งแรก ช่วยให้การบันทึกภาพแบบออโต้ง่ายดายมากขึ้น โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการถ่ายภาพมากมายนัก และการแสดงเมนูเลือกแสดงภาษาได้มากถึง 25 ภาษา เลือกขยายการแสดงผลให้มีขนาดใหญ่เพื่อให้มองดูได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับแป้นหมุนเลือกโหมดบันทึกภาพยังคงเหมือนกับรุ่น EOS 40D เดิม สามารถเลือกปรับแต่งการทำงานต่างๆ ได้ด้วยตัวคุณเองโดยมีคัสตอมฟังก์ชั่นให้ปรับได้มากถึง 25 แบบจากค่ามาตรฐานที่กล้องปรับตั้งมาให้ เพื่อความเหมาะสมในการถ่ายภาพแต่ละรูปแบบ อาทิ การเปิดรับแสง การปรับควบคุมภาพ และระบบออโต้โฟกัส นอกจากนี้ความไวแสงยังออกแบบให้มีช่วงการใช้งานกว้างมากยิ่งขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการเปิดรับแสงด้วยฟังก์ชั่น Auto Lightning Optimizer ช่วยให้ภาพมีรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งส่วนที่เป็นโทนสว่างและโทนมืดอัตโนมัติ ซึ่งการถ่ายภาพตามปกติไม่สามารถทำได้ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในสภาพแสงที่มีความแตกต่างกันมาก เช่น ถ่ายภาพบุคคลกลางแจ้งแบบย้อนแสง และสามารถพิมพ์ข้อความต่างๆ เช่น ชื่อผู้ถ่าย หรือข้อมูลด้านลิขสิทธิ์ภาพ ลงในข้อมูล Exif metadata ติดกับไฟล์ภาพทุกภาพโดยผ่านซอพท์แวร์ EOS Utility ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง


แคนนอน EOS 50D มีเลนส์คุณภาพสูงที่มีชื่อเสียงตระกูล แคนนอน EF ให้เลือกใช้มากมายกว่า 60 ตัว จากเลนส์มุมกว้าง 14 มม. ไปจนถึงซุปเปอร์เทเลโฟโต้ 800 มม. โดยมีเทคโนโลยีการออกแบบชิ้นเลนส์พิเศษ Ultra Low Dispersion (UD) และ Super UD fluorite พร้อมด้วยเลนส์ (บางรุ่น) ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Canon IS (Image Stabilizer) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแคนนอน ช่วยลดการสั่นไหวจากการถือกล้องไม่นิ่งหรือใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไป (ต่ำกว่าปกติสูงสุด 4 สตอป) ทำให้ได้ภาพที่คมชัดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง หมดกังวลเรื่องภาพเบลอไม่คมชัด มีเลนส์ให้เลือกทั้งแบบเลนส์ซูมและเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยว พร้อมกันนี้แคนนอนยังได้เปิดตัวเลนส์ซูมครอบจักรวาลรุ่นใหม่ EF-S 18-200mm f/3.5-5.6 IS มีคุณภาพสูง พร้อมระบบ IS ป้องกันภาพสั่นไหว ถ่ายภาพได้คมชัดทุกช่วงทางยาวโฟกัสตั้งแต่ช่วงมุมกว้างไปจนถึงเทเลโฟกัส เหมาะสำหรับใช้เป็นเลนส์มาตรฐานติดกล้องโดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเลนส์ไปมา

คุณ สามารถ เปิดชมภาพถ่ายคุณภาพสูงได้อย่างชัดเจนและสวยงามผ่านโทรทัศน์ระบบ High Definition TV เพียงเชื่อมต่อกล้องแคนนอน EOS 50D เข้ากับโทรทัศน์ HDTV โดยตรงผ่านช่องต่อเชื่อมแบบ HDMI (ต้องใช้อุปกรณ์เสริม สายเคเบิล HDMI Cable HTC-100) แบ่งปันภาพถ่ายอันสวยงามของคุณไปยังคนอื่นๆ ได้ร่วมชื่นชมผ่านจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ โดยกล้องจะปรับสัญญานที่เหมาะสมกับโทรทัศน์ HDTV แต่ละรุ่นอัตโนมัติ และเลือกแสดงภาพแบบสัดส่วนที่ถูกต้อง 3:2 ตามที่กล้องบันทึกมา และมีฟังก์ชั่นแสดงภาพแบบสไลด์โชว์เลื่อนภาพอัตโนมัติ โดยเลือกให้เล่นภาพสไลด์โชว์ทั้งหมดในเมมโมรี่การ์ดหรือเลือกแสดงเฉพาะภาพ ที่ต้องการ รวมทั้งเลือกแสดงภาพแบบวนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ได้
แคนนอน EOS 50D ไม่ได้เป็นเพียงกล้องถ่ายภาพธรรมดา แต่ยังออกแบบให้รองรับการทำงานด้านดิจิตอลที่หลากหลาย อาทิ การส่งภาพแบบไร้สาย โดยใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริม Wireless File Transmitter WFT-E3/E3A (หากมีอยู่แล้วและต้องการนำมาใช้กับ แคนนอน EOS 50D ต้องอัพเดทเฟิร์มแวร์เสียก่อน) ออกแบบลักษณะเป็นกริปต่อเข้ากับกล้องทางด้านล่าง มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ช่วยให้ส่งภาพไปยังคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ ได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย (ระบบเครือข่าย LAN) และยังบันทึกภาพไปเก็บไว้ในอุปกรณ์บันทึกภายนอกได้เช่น ฮาร์ดดิสก์ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB หรือจะต่อเข้ากับอุปกรณ์รับสัญญานดาวเทียมเพื่อบันทึกพิกัดตำแหน่งที่ถ่าย ภาพ (GPS) ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมแบตเตอรี่กริปรุ่น BG-E2N ช่วยให้ถ่ายภาพได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว ด้วยช่องใส่แบตเตอรี่ BP-511A ชนิดลิเธี่ยม-ไอออน พร้อมกัน 2 ก้อน หรือจะใช้แบตเตอรี่ AA 6 ก้อนก็ได้ และยังออกแบบให้เป็นกริปมือจับในแนวตั้งพร้อมปุ่มกดชัตเตอร์ ให้ความสะดวกในการถ่ายภาพแนวตั้งได้อย่างคล่องตัวเช่นเดียวกับการถ่ายภาพใน แนวนอนตามปกติ และแบตเตอรี่กริป BG-E2N ยังออกแบบให้ซีลรอยต่อต่างๆเพื่อป้องกันละอองน้ำและความชื้น ทำให้ใช้งานได้ทุกสภาวะอากาศ
สำหรับ ระบบ แฟลช นอกจากแฟลชในตัวกล้องแล้ว ยังทำงานได้สมบูรณ์แบบกับแฟลชเฉพาะกิจภายนอกของแคนนอนรุ่น Speedlite 580EX II หรือ Speedlite 430EX II ซึ่งเป็นแฟลชรุ่นใหม่ที่ซีลป้องกันละอองน้ำและความชื้นได้เช่นกัน เมื่อใช้กับแฟลชสองรุ่นนี้จะสามารถปรับตั้งควบคุมการทำงานของแฟลชได้จากจอ มอนิเตอร์ LCD ที่ตัวกล้อง อาทิ เลือกโหมดแฟลช การสัมพันธ์กับแฟลช ชดเชยแสงแฟลช และซูมหัวแฟลช เป็นต้น หากต้องการใช้ระบบแฟลชไร้สาย สามารถใช้แฟลชรุ่น Speedlite 580EX II สั่งให้แฟลชดวงอื่นๆ ทำงานได้ เพื่อจัดแสงแฟลชถ่ายภาพตามที่ต้องการ

แคนนอน EOS 50D มาพร้อมกับซอพท์แวร์จัดการภาพถ่ายดิจิตอลที่มีความเร็วสูง สามารถปรับแต่งภาพได้หลากหลายเพื่อสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายให้สวยงามตามที่ ต้องการ เริ่มจากซอพท์แวร์ EOS Utility ที่ใช้เชื่อมต่อกับซอพท์แวร์อื่นๆ ทั้งหมด สามารถดาวน์โหลดไฟล์ภาพจากกล้องไปยังคอมพิวเตอร์ ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย จะเลือกโหลดภาพทั้งหมดหรือเลือกเฉพาะภาพที่ต้องการก็ได้ และยังเชื่อมต่อกับการถ่ายภาพแบบ Remote Live View shooting สั่งถ่ายภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ โดยควบคุมกล้องได้เกือบทุกอย่าง และดูภาพ Live View ได้จากจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือซอพท์แวร์ Digital Photo Professional (DPP) สามารถจัดการไฟล์ RAW ได้อย่างดีเยี่ยม และบันทึกภาพกลับเป็นฟอร์แมท JPEG หรือ TIFF ใช้งานง่ายๆ แบบลากแล้ววาง รวมไปถึงการปรับแต่งภาพอื่นๆ เช่น เพิ่มลดความสว่าง เปลี่ยนไวท์บาลานซ์ ปรับแต่งพิกเจอร์สไตล์ และการลด Noise หรือปรับแต่ง Auto Lighting Optimizer นอกจากนี้ยังปรับแก้ไขภาพอื่นๆ ได้ อาทิ แก้ไขเรื่องความบิดเบือนของภาพ ลดความคลาดสี และความเบลอของสี เป็นต้น ซอพท์แวร์อื่นๆ ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง อาทิ ZoomBrowser EX/Image Browser สำหรับการเปิดชมภาพและตกแต่งภาพฟอร์แมท JPEG และซอพท์แวร์ Picture Style Editor สำหรับการสร้างและปรับแต่ง Picture Style ตามที่คุณต้องการแล้วบันทึกกลับเข้าไปในกล้อง EOS 50D เพื่อเรียกมาใช้งานในการบันทึกภาพครั้งต่อไป

Review แคนนอน EOS 1000D



แคนนอน EOS 1000D

เป็นการขยับตัวของยักษ์ใหญ่ในวงการกล้องที่ไม่ธรรมดาด้วยการเปิดตัวกล้อง DSLR สำหรับมือใหม่ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าจะมีสาเหตุมาจากคู่แข่งตัวสำคัญอย่าง Nikon โดย แคนนอน ได้เปิดตัวกล้อง แคนนอน EOS 1000D ซึ่งเป็นกล้อง DSLR ที่มุ่งขัยบจากคนที่จับกล้องคอมแพคท์หรือกล้องมือถือขึ้นมา มันมีคุณสมบัติที่ถูกตัดทอนลงบอดี้ที่เบา ราคาที่ไม่แพง
แคนนอน EOS 1000D มีความละเอียด 10.1 ล้านพิกเซล จอ LCD ขนาด 2.5” ระบบ Live view และมีออโต้โฟกัส 7 จุด นอกจากคุณสมบัติทั่วๆไปเหล่านี้แล้ว ก็มีระบบประมวลภาพ Digic III และระบบกำจัดฝุ่นอีกด้วย
ด้วยบอดี้พลาสติก และโครงอลูมิเนียมจึงทำให้ แคนนอน EOS 1000D มีน้ำหนักเพียง 450 กรัม และทำให้มันเป็นกล้อง DSLR ของ แคนนอน ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในปัจจุบัน ใช้การ์ดความจำ SD และถ่ายภาพ JPEG ได้เร็ว 3 fps และไฟล์ RAW ได้เร็ว 1.5 fps

Live view

แคนนอน EOS 1000D มีโหมดโฟกัสแบบ live view 2 แบบ แบบแรกนั้นจะมีการกระดกกระจกเลนซ์อย่างรวดเร็วตามแบบฉบับออโต้โฟกัส มาตรฐานของกล้อง SLR แต่แบบที่ 2 นั้นจะล็อกกระจกเลนซ์ไว้กับที่ เพื่อให้แสดงภาพบนจอได้อย่างต่อเนื่อง วิธีหลังนี้ใช้เซนเซอร์ตรวจจับค่าคอนทราสต์ในการอ่านระยะโฟกัสโดยตรงจากพื้น ผิวของเซนเซอร์ภาพ แม้มันจะทำงานได้ไม่เร็วเท่าการโฟกัสแบบปกติ แต่มันก็ทำให้กล้องไม่ต้องกระดกกระจกเลนซ์ ซึ่งจะขัดจังหวะการแสดงภาพแบบ live view

Digic III

คือระบบประมวลผลที่เป็นมาตรฐานของกล้อง DSLR ของ แคนนอน ทุกตัว ซึ่งที่ผ่านมา Digic III ได้สร้างชื่อให้กับ Canon เป็นอย่างมาก จนปัจจุบัน Nikon ก็ได้ตามมาด้วยชิป ประมวลผลภาพของตนเองที่ชื่อว่า Expeed ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่น่าสนใจของกล้อง DSLR ในอนาคตทีเดียว

คุณสมบัติเด่น
• เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 10.1 ล้านพิกเซล
• ชิปประมวลผลภาพ DIGIC III
• ระบบปรับแสงอัตโนมัติ (Auto Lighting Optimizer)
• ระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูง 7 จุดแบบ wide-area AF system
• ฟังก์ชั่น Live View mode พร้อมออโต้โฟกัส 2 แบบ
• ถ่ายภาพต่อเนื่อง 3 ภาพต่อวินาที ติดต่อกันจนกว่าจะเต็มความจุของเม็มโมรี่การ์ด
• ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัจฉริยะ (EOS Integrated Cleaning System)
• จอ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล
• ตัวกล้องออกแบบตามหลักการยศาสตร์ และพัฒนาความสามารถอื่นๆ เพิ่มขึ้น
• ครบครันด้วยซอฟท์แวร์จัดการไฟล์ภาพที่ในกล่อง
• สร้างสรรค์จินตนาการแห่งภาพถ่ายได้ไม่รู้จบด้วย อุปกรณ์เสริมหลากหลาย

ทุกภาพถ่ายบอกเรื่องราว... แล้วเรื่องราวของคุณล่ะ?

นำ เสนอเรื่องราวที่คุณประทับใจ ด้วยภาพถ่ายที่สวยงาม และถ่ายทอดได้อย่างคมชัดประดุจมีชีวิต ด้วยกล้อง แคนนอน EOS 1000D กล้อง DSLR ที่ถ่ายทอดจินตนาการของคุณให้คมกริบด้วยความละเอียดสูงถึง 10.1 ล้านพิกเซล กลั่นกรองจากสมองกลอัจฉริยะ DiGIC III ซึ่งเป็นขุมพลังในการควบคุมและจัดการภาพถ่ายทุกๆ ช็อตให้มีสีสดใส อิ่มตัว และครบถ้วนทุกรายละเอียด มั่นใจด้วยระบบปรับแสงอัตโนมัติ (Auto Lighting Optimizer) ให้ทุกภาพสมบูรณ์แบบได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่โหมด Live View ที่มาพร้อมกับออโต้โฟกัส 2 แบบ และระบบทำความสะอาดเซนเซอร์อัจฉริยะภายในตัวกล้อง ตัวกล้องมีขนาดกะทัดรัด เบา พกพาสะดวก และมีระบบที่ปรับตั้งควบคุมได้ง่ายมาก ซึ่งคุณและเพื่อนๆ สามารถหยิบขึ้นมาถ่ายภาพได้ทันที เพื่อบันทึกภาพแห่งความทรงจำให้สวยสดงดงาม เช่นเดียวกับภาพที่ถ่ายโดยมืออาชีพ

เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 10.1 ล้านพิกเซล


กล้อง แคนนอน EOS 1000D มีความละเอียด 10.1 ล้านพิกเซล โดยใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ซึ่งได้ปรับปรุง Microlens ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้กล้องสามารถเก็บทุกรายละเอียดของภาพและลดสัญญาณรบกวน (Noise) เมื่อใช้งานที่ความไวแสงสูงๆ อย่าง ISO 1600 เพื่อให้ได้ภาพถ่ายคุณภาพสูงแม้การถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย และมีอัตราคูณทางยาวโฟกัสที่ 1.6 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานกล้องฟิล์มแบบ 35 มม.

ชิปประมวลผลภาพ DIGIC III


หาก เปรียบเซ็นเซอร์ CMOS เป็นหัวใจของกล้องแล้ว ชิปประมวลผลภาพ Digic III ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของแคนนอน ก็ถือได้ว่าเป็นสมองของกล้องเช่นกัน กล้อง แคนนอน EOS 1000D ใช้ชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ DIGIC III เช่นที่มีอยู่ในกล้องระดับไฮเอนด์รุ่นอื่นๆของแคนนอน ทำให้สามารถประมวลผลสีภาพได้สมจริงเป็นธรรมชาติด้วยความเร็วสูง พร้อมระบบลดสัญญาณรบกวน (Noise Reduction) แม้จะถ่ายภาพด้วยค่าความไวแสงสูงๆ ก็ตามช่วยให้มั่นใจได้ว่าภาพถ่ายทุกภาพจะมีคุณภาพสูง สวย ให้สีสันสมจริงดุจธรรมชาติ ในขณะที่กล้องสามารถทำงานและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดพลังงานอีกด้วย

ระบบปรับแสงอัตโนมัติ (Auto Lighting Optimizer)

กล้อง แคนนอน EOS 1000D มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบปรับแสงอัตโนมัติ (Auto Lighting Optimizer) ล่าสุดจากแคนนอน ซึ่งจะช่วยปรับค่าความมืดความสว่างและคอนทราสต์ของภาพให้พอดีโดยอัตโนมัติ ทำให้ภาพของตัวแบบนั้นไม่สว่างหรือมืดจนเกินไป


Auto Lighting Optimizer: ปิด Auto Lighting Optimizer: เปิด

ระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูง 7 จุดแบบ wide-area AF system



สำหรับ การถ่ายภาพแล้ว การโฟกัสภาพอย่างรวดเร็วถือเป็นอีกหนึ่งความสำคัญของกล้อง ซึ่งกล้อง แคนนอน EOS 1000D มีระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูง 7 จุดแบบ wide-area AF system ที่มีความแม่นยำสูง สามารถหาโฟกัสของภาพได้ในเสี้ยววินาที นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับ f/5.6 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยหรือมีคอนทราสต์ต่ำ ซึ่งจุดโฟกัสแบบกากบาทนี้จะสามารถทำงานได้เป็นอย่างดีกับทั้งเลนส์ในตระกูล EF และ EF-S ของแคนนอน ตั้งแต่รเลนส์ 10 มม. ไปจนถึงเลนส์ 800 มม.

ฟังก์ชั่น Live View mode พร้อมออโต้โฟกัส 2 แบบ


โหมด การถ่ายภาพแบบ Live View ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพในหลากหลายมุม เช่น การถ่ายภาพมาโครที่อยู่ในระดับติดพื้น หรือการถ่ายภาพร่วมกับการใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่งภาพที่แสดงในโหมด Live View นี้ สามารถแสดงได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็ว 30 ภาพต่อวินาที ซึ่งเป็นคุณภาพเดียวกับกล้องวิดีโอ ผ่านทางจอ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว นอกจากนี้ ยังสามารถแสดงเส้นตาราง (Grid Line) และไลฟ์ฮิสโตแกรม เพื่อช่วยในการจัดองค์ประกอบของภาพและการวัดแสง และในการหาโฟกัสของภาพนั้น ผู้ใช้งานสามารถที่จะซูมอินเข้าไปดู รายละเอียด หรือความคมชัดของภาพได้สูงสุดถึง 10 เท่า ได้อีกด้วย


โหมด ออโต้โฟกัส 2 แบบ ที่มีในโหมดการถ่ายภาพแบบ Live View นั้น ได้แก่ Quick Mode ซึ่งกล้องจะสามารถหาโฟกัสภาพได้อย่างรวดเร็ว และ Live Mode ที่กล้องจะแสดงภาพจริงก่อนถ่ายตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยสำหรับผู้ที่ใช้งานกล้องดิจิตอลคอมแพ็คมาก่อน


สำหรับ การถ่ายภาพในสตูดิโอนั้น ฟังก์ชั่น Remote Live View ก็เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั้นที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดองค์ประกอบภาพได้อย่าง สะดวกมากขึ้น เนื่องจากสามารถแสดงภาพจริงก่อนถ่ายได้ทางจอมอร์นิเตอร์ของคอมพิวเตอร์ และสามารถสั่งตั้งค่าต่างๆ ภายในตัวกล้องได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึกภาพถ่ายลงในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ด้วยซอฟท์แวร์ EOS Utility ที่ให้มาพร้อมกับกล้อง



Quick Mode Live Mode

ถ่ายภาพต่อเนื่อง 3 ภาพต่อวินาที ติดต่อกันจนกว่าจะเต็มความจุของเม็มโมรี่การ์ด

กล้อง แคนนอน EOS 1000D สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 3 ภาพต่อวินาที ต่อเนื่องกันจนกว่าจะเมมโมรี่การ์ดจะเต็ม เมื่อบันทึกภาพที่ขนาด Large/Fine JPEG หรือ 1.5 ภาพต่อวินาทีเมื่อบันทึกภาพแบบ RAW นอกจากนี้ ยังสามารถบันทึกภาพ JPEG ควบคู่กับภาพ RAW ได้อีกด้วย

ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัจฉริยะ (EOS Integrated Cleaning System)

ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัจฉริยะ EOS Integrated Cleaning System ที่มีในกล้อง แคนนอน EOS 1000D สามารถทำความสะอาดภายในตัวกล้องได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบตัวกล้องไม่ให้เกิดฝุ่นขึ้นจากการกระทบกับของชิ้นส่วนภายใน ตัวกล้อง ร่วมด้วยการทำงานร่วมกันทั้ง 2 รูปแบบ ได้แก่ Self-Cleaning Sensor Unit และฟังก์ชั่น Dust Delete Data

สำหรับ Self-Cleaning Sensor Unit นั้น จะทำงานโดยการใช้ระบบสั่นสะเทือนฟิลเตอร์ ที่อยู่หน้าเซ็นเซอร์รับภาพทำให้ฝุ่นหลุดออกไป ซึ่งจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อสั่งเปิดกล้องและปิดกล้อง เพื่อให้เซ็นเซอร์สะอาด พร้อมใช้งานทุกขณะ

นอกจากนี้ แคนนอนยังพัฒนาฟังก์ชั่น Dust Delete Data ซึ่งจะทำการบันทึกตำแหน่งของฝุ่นบนเซ็นเซอร์ ซึ่ง Self-Cleaning Sensor Unit ไม่สามารถเขย่าออกได้ และจะทำการลบรอยดำจากฝุ่นในภาพ ด้วยซอฟท์แวร์ Digital Photo Professional ในคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติอีกทางหนึ่ง

และสำหรับการทำความสะอาดเซ็นเซอร์แบบแมนนวล โดยการสั่งให้ม่านชัตเตอร์เปิดแล้วใช้ลูกยางเป่าเพื่อให้ฝุ่นหลุดออกไป ก็ยังคงสามารถทำได้ด้วยเช่นกัน

จอ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล

จอ LCD ของกล้อง แคนนอน EOS 1000D มีขนาด 2.5 นิ้ว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดูภาพถ่ายย้อนหลังได้อย่างง่ายดาย และแสดงการตั้งค่าในเมนูต่างๆ ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้จอ LCD ใหม่นี้ ยังเพิ่มความสว่างขึ้นอีก 30% และสามารถปรับตั้งค่าความสว่างได้ถึง 7 ระดับเพื่อความสะดวกในการมองจอ LCD ในสถานการณ์การถ่ายภาพแบบต่างๆ และสามารถมองจอ LCD ได้จากทุกทิศทาง

ตัวกล้องออกแบบตามหลักการยศาสตร์ และพัฒนาความสามารถอื่นๆ เพิ่มขึ้น

กล้อง แคนนอน EOS 1000D ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานกล้องทุกระดับความสามารถ ตัวกล้องขนาดเล็ก น้ำหนักเบาเพียง 450 กรัม ตัวกริปออกแบบมาตามหลักการยศาสตร์ ซึ่งทำให้จับถนัดกระชับมือ สามารถถือได้ยาวนานโดยไม่มีอาการเมื่อยล้าของนิ้วมือ นอกจากนี้เมนูของกล้องยังออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก พร้อมแท็บเมนู My Menu สำหรับตั้งค่าฟังก์ชั่นที่ใช้งานบ่อยๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้เพื่อใช้งานอย่างสะดวกรวดเร็ว


กล้อง แคนนอน EOS 1000D ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SD Card หรือ SD-HC Card ในการบันทึกภาพ ซึ่งสามารถใช้งานกับเมมโมรี่การ์ดที่มีความจุมากกว่า 2GB ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังใช้ LP-E5 แบตเตอรี่ลิเธียมอิออนความจุไฟสูงที่สามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น

ครบครันด้วยซอฟท์แวร์จัดการไฟล์ภาพที่ในกล่อง

กล้อง แคนนอน EOS 1000D มาพร้อมกับซีดีซอฟท์แวร์สำหรับจัดการไฟล์ภาพ ซึ่งประกอบด้วย Digital Photo Professional (DPP) ที่เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นสำหรับโพรเซสไฟล์ RAW พร้อมฟังก์ชั่น Dust Delete Data สำหรับลบรอยดำจากฝุ่นละอองบนภาพแบบอัตโนมัติ และ Picture Style Editor ที่ใช้ในการปรับแต่งหรือเพิ่มเติม Picture Style แบบต่างๆ ลงในตัวกล้อง นอกจากนี้ยังมีซอฟท์แวร์ EOS Utility, ZoomBrowser/ImageBrowser และ PhotoStitch สำหรับทุกความต้องการในการจัดการไฟล์ภาพ

สร้างสรรค์จินตนาการแห่งภาพถ่ายได้ไม่รู้จบด้วย อุปกรณ์เสริมหลากหลาย

Eyepiece Extender EP-EX15 II
Eyepiece extender สามารถใช้ได้กับทั้งกล้อง แคนนอน EOS 1000D และ แคนนอน EOS 450D ซึ่งจะเป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากกล้อง 15 มม. ช่วยขยายกรอบการมองภาพได้กว้างขึ้นอีก 30% เหมาะสำหรับผู้ที่สวมแว่นขณะถ่ายภาพ และยังช่วยไม่ให้จมูกชนกับตัวกล้องอีกด้วย


Battery Grip BG-E5
แบตเตอรี่กริป BG-E5 สามารถใช้ได้กับทั้งกล้อง แคนนอน EOS 1000D และ แคนนอน EOS 450D ช่วยอำนวยความสะดวดในการถ่ายภาพใแนวตั้ง นอกจากนี้ แบตเตอรี่กริป BG-E5 ยังทำให้สามารถใส่แบตเตอรี่ LP-E5 ได้ถึง 2 ก้อน ซึ่งทำให้สามารถถ่ายภาพได้ยาวนานถึง 1,200 ภาพ อีกทั้งยังสามารถเลือกใส่ถ่าน AA จำนวน 6 ก้อนได้ด้วยเมื่อใช้งานร่วมกับ Battery Magazine BGM-E5A

อุปกรณ์ในกล่อง
แคนนอน EOS 1000D with EF-S 18-55 is Kit Set
• ตัวกล้อง แคนนอน EOS 1000D
• เลนส์ EF-S 18-55mm f/3.5-5.6 IS
• แบตเตอรี่ LP-E5
• ที่ชาร์จแบตเตอรี่ LC-E5
• สายไฟสำหรับที่ชาร์จแบตเตอรี่
• สาย USB (Interface Cable IFC-200U)
• สายต่อทีวี (Video Cable VC-100)
• สายคล้องกล้อง (Wide Strap EW-100DBIII)
• แผ่นซีดีซอฟท์แวร์ EOS DIGITAL Solution Disk (CD-ROM)
• แผ่นซีดีคู่มือการใช้งานซอฟท์แวร์ ฉบับภาษาอังกฤษ (CD-ROM, PDF)
• ซีดีคู่มือการใช้งานกล้องแบบ PDF ฉบับภาษาอังกฤษ (CD-ROM, PDF)
• คู่มือการใช้งานกล้องฉบับกระเป๋า Pocket Guide
• บัตรรับประกันกล้อง (ประกัน 1 ปี)
• บัตรรับประกันเลนส์ (ประกัน 2 ปี)

Review แคนนอน EOS 450D

แคนนอน EOS 450D

Digital Camera แคนนอน EOS 450D นั้นเป็นกล้องที่ทาง แคนนอน ได้คิดค้นมาเพื่อให้เป็นกล้องระดับมือใหม่
มีความละเอียดของ CMOS 12.2 ล้านพิกเซล พร้อมได้เอาฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีจากกล้องระดับมืออาชีพมารวมไว้ใน กล้องรุ่นนี้ กับปรับปรุงระบบ AF และติดตั้งระบบแปลงสัญญาณ A/D ระดับ 14 – bit
มี LiveView และประมวลผลด้วย DIGIC III
พร้อมกับเลนส์ (IS) Image Stabilizer
เช่น EF-S 18-55 mmF/3.5-5.6 IS หรือ EF-S 55-250mmF/4-5.6 IS




ให้ ภาพสวยคมชัด สมใจ ได้ไม่ยาก ด้วยกล้องดิจิตอล แคนนอน EOS 450D กล้องดิจิตอลที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมแห่งเทคโนโลยีด้านภาพถ่าย อาทิ ฟังก์ชั่น Live View, ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัจฉริยะ (EOS Integrated Cleaning System), ชิปประมวลผลภาพเปี่ยมพลัง DIGIC III, ระบบวัดแสงเฉพาะจุด, CMOS Sensor ที่ให้ความละเอียดภาพถึง 12.2 ล้านพิกเซล ซึ่งมาพร้อมกับชุดคิท เลนส์ EF-S 18-55mm f/3.5-5.6 IS พร้อมเทคโนโลยี Image Stabilizer ป้องกันภาพสั่นไหวได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวกล้องออกแบบให้จับกระชับ ถนัดมือมากยิ่งขึ้น ด้วยกริปจับที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมจอ LCD ขนาดใหญ่ถึง 3 นิ้ว รองรับการใช้งานร่วมกับหน่วยความจำแบบ SD และ SD-HC นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่จะมาเสริมประสิทธิภาพในการถ่ายภาพของคุณได้อย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย

คุณสมบัติเด่นของกล้องดิจิตอล แคนนอน EOS 450D
เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดของสี สูงถึง 14 บิต
จอ LCD ขนาดใหญ่ 3 นิ้ว ให้มุมมองภาพกว้างถึง 170 องศา
เปิดกล้องพร้อมใช้งานใน 0.1 วินาที
ใหม่! โหมด Live View (พร้อมโหมดออโต้โฟกัส 2 แบบ คือ แบบความเร็วสูง และแบบแสดงภาพตลอดเวลา)
ใหม่! ระบบปรับแสงอัตโนมัติ (Auto Lighting Optimizer) ช่วยปรับค่าความมืดสว่างของภาพ ให้สวยงามสมจริง หมดปัญหาเรื่องถ่ายภาพออกมามืดหรือสว่างเกินไป
ใหม่! ระบบวัดแสงเฉพาะจุด (4% ของจุดกึ่งกลางภาพ)
ถ่ายภาพต่อเนื่อง 3.5 ภาพต่อวินาที ติดต่อกันได้สูงถึง 53 ภาพ (JPEG)
ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัจฉริยะ (EOS Integrated Cleaning System)
ฟังก์ชั่น Picture Styles ให้คาแรกเตอร์ภาพเสมือนการเลือกใช้ฟิล์มแบบต่าง ๆ
รองรับการใช้งานร่วมกับ SD Card และ SD-HC Card

คมชัดเหนือชั้น
CMOS Sensor ความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล (4272 x 2848 พิกเซล)
ชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ DiGiC III ประมวลผลภาพด้วยความเร็วสูงอีกระดับ ทำให้กล้องทำงานได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดพลังงาน
- ให้ภาพคมชัด สีสันสดสวย เหมือนจริง
- ลดปัญหาสีเพี้ยน พร้อมปรับปรุงภาพให้ได้คุณภาพยิ่งขึ้น
- มีวงจรพิเศษ ลดสัญญาณรบกวนภาพให้อยู่ในระดับต่ำแม้ใช้ค่า ISO สูง

EOS 450D Processing System
ให้ รายละเอียดสีสูงถึง 14 บิต สามารถไล่โทนสีของภาพสูงถึง 16,384 ล้านโทน ต่อหนึ่งสี ทำให้มีไดนามิกเร้นจ์กว้าง ภาพที่ได้จึงมีการไล่โทนสีอย่างสวยงาม เป็นธรรมชาติ และสามารถเก็บทุกรายละเอียดของสีได้ครบถ้วน แม่นยำ

จอ LCD ขนาด 3 นิ้ว เห็นชัด เต็มตา
จอ LCD ขนาด 3 นิ้วที่ให้องศาการมองภาพที่กว้างกว่า เห็นชัดจากหลากหลายมุมมอง
ดูภาพแบบ Live View ได้จากจอ LCD ขนาด 3” พร้อมโหมดออโต้โฟกัสแบบใหม่ 2 โหมด คือ Phase Difference AF และ Contrast Detection AF
พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ เลือกเปลี่ยนธีมการแสดงข้อมูลได้ตามโหมดการถ่ายภาพ ได้มากถึง 4 แบบ

ระบบปรับแสงอัตโนมัติ (Auto Lighting Optimizer)*
ทำ หน้าที่วิเคราะห์ค่าแสงของภาพที่จะถ่าย และทำการช่วยชดเชยค่าความสว่าง ค่าความเปรียบต่าง และค่าแสงแฟลช ของภาพให้แบบอัตโนมัติ เพื่อให้ภาพถ่ายที่ได้ออกมาสวยงามสมจริง หมดปัญหาเรื่องถ่ายภาพออกมามืดหรือสว่างเกินไป
(*อยู่ใน Custom Function สามารถตั้งค่า เปิด / ปิด)

Picture Styles ให้ภาพถ่ายโดดเด่น ดั่งใจ
Picture Style ที่มาพร้อมกับตัวกล้อง 6 แบบ ได้แก่ Standard, Portrait, Landscape, Neutral, Faithful และMonochrome นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเองได้อีก 3แบบ

นอก จากนี้ ยังมีซอฟท์แวร์ Picture Style Editor ที่มาพร้อมกับซีดีซอฟท์แวร์ในกล่อง ซึ่งใช้ในการสร้าง Picture Style เฉพาะแบบของคุณเองได้อีกด้วย

ใหม่! ระบบวัดแสงเฉพาะจุด (4% ของกึ่งกลางภาพ)
ออโต้โฟกัส 9 จุด แม่นยำสูง ด้วยระบบวัดแสง 35 โซน
วัดค่าแสงแบบ TTL พร้อมระบบวัดแสง 4 แบบ: เฉลี่ยทั้งภาพ, เฉลี่ยหนักกลางภาพ, เฉพาะบางส่วน และเฉพาะจุด

ตอบสนองแม่นยำ ฉับไว
ความเร็วชัตเตอร์ต่อเนื่องสูง ด้วยความเร็ว 3.5 ภาพต่อวินาที ติดต่อกันได้สูงสุดถึง 53 ภาพ (JPEG) หรือ 6 ภาพ (RAW)
ใช้เวลาในการเปิดกล้องให้พร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็วทันใจ ทันสถานการณ์
ใหม่ การตั้งเวลาถ่ายภาพอัตโนมัติ แบบถ่ายภาพต่อเนื่อง ซึ่งกล้องจะทำการกดชัตเตอร์อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ (ซึ่งเป็นกล้อง DSLR รุ่นแรกของโลกที่มีฟังก์ชั่นนี้)

ระบบทำความสะอาดเซนเซอร์อัจฉริยะ (EOS Integrated Cleaning System)
ลด ปัญหาเรื่องจุดดำบนภาพ เนื่องจากฝุ่นละอองบนเซ็นเซอร์ได้เป็นอย่างดี โดยชุด Self Cleaning Sensor Unit จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับ Low-pass filter เพื่อทำให้ฝุ่นหลุดออกไป โดยจะทำงานอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดและปิดกล้อง

นอก จากนี้ ยังมีฟังก์ชั่น Dust Delete ที่ทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์ Digital Photo Professional (DPP) เพื่อลบรอยดำจากฝุ่นที่ติดแน่นออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อุปกรณ์ในกล่อง
ตัวกล้อง EOS 450D (พร้อมเลนส์ EF-S 18-55 is ตามชุดคิท)
สายคล้องกล้อง EW-100 DB ขนาดใหญ่พิเศษ
สาย USB IFC-200U
สายAV VC-100
แบตเตอรี่แพค LP-E5
ที่ชาร์จแบตเตอรี่ LC-E5
แผ่นซีดีซอฟต์แวร์ EOS Digital Solution Disk
แผ่นซีดีคู่มือการใช้ซอฟต์แวร์
หนังสือคู่มือการใช้งานกล้อง (ภาษาอังกฤษ)